saudidev.com

ศิลปะ , ความงาม

6 เคล็ด(ไม่)ลับ การเลือกมาลัยบ่าวสาว

มาลัยบ่าวสาว

6 เคล็ด(ไม่)ลับ การเลือกมาลัยบ่าวสาว (i Do)

มาลัยบ่าวสาว ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งในงานแต่งงาน เพราะสื่อความหมายแทนการเป็นคู่ชีวิต จึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เราเลยหยิบเอาเคล็ดลับการเลือกมาลัยบ่าวสาวมาฝากกันค่ะ…

1. ระดับราคา ควรดูงบในกระเป๋าว่ามีงบเท่าไหร่ แล้วจึงเลือกจากกลุ่มของมาลัยที่สามารถจ่ายได้ เมื่อจัดกลุ่มได้แล้วก็มาพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ต่อ เช่น ชนิดดอกไม้ ฝีมือการร้อยขนาด เป็นต้น

2. ชนิดของดอกไม้ ควรเลือกดอกไม้ที่มีความหมายเป็นสิริมงคล เหมาะสมในงานพิธีมงคลสมรส เช่น ดอกกุหลาบ ดอกรัก ดอกบานชื่น เป็นต้น

3. ความสดของดอกไม้ ขึ้นอยู่กับช่างที่ร้อยมาลัย ซึ่งมีขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การเลือกดอกไม้ การร้อยดอกไม้ การเก็บดอกไม้ การเก็บรักษา หากช่างเอาใจใส่ในเรื่องเหล่านี้ ความสดของดอกไม้ย่อมอยู่ได้นาน

4. สีสันมาลัย ไม่ควรเป็นดอกไม้ชนิดเดียวหรือสีเดียวทั้งพวง เพราะจะทำให้ดูน่าเบื่อ ขาดชีวิตชีวา ซึ่งอาจจะทำให้ความงดงามของมาลัยพวงนั้นด้อยลง ควรมีดอกไม้อื่นมาแซมด้วย หรือถ้าอยากให้เป็นสีเดียว ก็ควรจะมีการเล่นเฉดสี เช่น มาลัยสีเขียวควรมีสีเขียวอ่อน เขียวแก่ อยู่ในพวงเดียวกัน

5. ฝีมือการร้อยมาลัย สามารถพิจารณาจากสิ่งที่มองเห็นว่าพึงพอใจแค่ไหน เพราะแม้จะไม่ใช่ช่างร้อยมาลัย แต่จะประเมินด้วยสายตาได้ว่า มาลัยพวงนั้นมีความงดงามประณีตขนาดไหน โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่กล่าวว่ามีสัญชาตญาณในการเลือกของสวย ๆ งาม ๆ กันอยู่เต็มเปี่ยม

6. ความยาวหรือขนาดของมาลัย ควรได้มาตรฐานทั้งความยาวและขนาด ไม่ควรมองข้าม ตัวแปรสำคัญในการกะเกณฑ์ว่ามาลัยพวงนั้นควรมีความยาวหรือขนาดเท่าใด ให้ดูความสูงและขนาดตัวของคู่บ่าวสาว หรือผู้ที่จะรับมองมาลัยเป็นสำคัญ เพราะช่วงของลำตัวแต่ละคนสั้นยาวไม่เท่ากัน

, ,
27/10/2011 at 3:07 pm Comments (0)

ยิ่งรู้ก็ยิ่งเจ็บ…ยิ่งเจ็บก็ยิ่งรัก

ความรัก

ยิ่งรู้ ก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งเจ็บ ก็ยิ่งรัก (ใยไหม)

ถ้าไม่รู้ว่าเขานอกใจ ก็ไม่เจ็บ แต่พอได้รู้เรื่องนอกใจแล้ว กลายเป็นว่าเรื่องนี้จูงเรื่องอื่น ๆ ตามมาอีกเป็นพรวน ได้เจ็บช้ำอีกหลายระลอก มาหมดทั้งเรื่องที่อยากรู้และไม่อยากรู้ ยิ่งสาวความยาวไปเท่าไหร่ ใจเรายิ่งเจ็บเท่านั้น แต่ทั้งหมดนั่นไม่ได้ช่วยในการตัดใจเลย กลับเป็นการย้ำว่า…เรารักเขามากแค่ไหน…มากกว่า

เริ่มจากรู้ว่าเขามีคนอื่น ตามมาด้วยเรื่องที่ว่าเขามีคนอื่นมานานแค่ไหนแล้ว วันไหนที่เขาไปใช้เวลากับคนอื่น แล้วก็มานั่งคิดว่าวันนั้นเราทำอะไร และเขาโกหกเราว่าอะไร ยิ่งคิด ๆๆๆ ได้เท่าไหร่ ก็ยิ่งเจ็บเหลือเกิน เพราะว่าโดนหลอกมานาน และก็โดนหลอกหลายเรื่อง อีกทั้งรายละเอียดที่ทำให้เจ็บ มันก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ บางทีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามาอีก กลายเป็นว่าทุก ๆ อย่างมันซ้ำเติมให้เราโคตรเจ็บ และพอยิ่งเจ็บมาก ก็ทำให้เรารู้ว่ารักเขามากแค่ไหน

ถ้าพูดถึงวิธีการ ฉันว่าวิธีการของการรู้เรื่องเหล่านี้ก็แตกต่างกันออกไป บางคนรู้ว่าเขานอกใจเพราะจับได้คาหนังคาเขา บางคนเขาสารภาพเองเพราะทนอึดอัดไม่ไหว บางคนก็บังเอิญรู้ ซึ่งส่วนของฉันก็มาในแบบหลัง ฉันบังเอิญได้เห็นสมุดจดงานของคนรัก และคิดว่ามันยังว่าง เพราะมันเป็นเล่มใหญ่ที่เขาบังเอิญได้มา และกะว่าจะเขียนอะไรให้เป็นกำลังใจในการทำงาน เขาเปิดมาจะได้เซอร์ไพร์ส แต่คนที่เซอร์ไพร์สกลับเป็นฉันเอง เพราะในสมุดจดงานนั้น มีข้ดความที่ผู้หญิงคนอื่นเขียนให้เขา!

บอกเล่าว่าเธอคนนั้นปลาบปลื้มชื่นใจมากแค่ไหน ที่เขาไปอยู่กับเธอในวันวาเลนไทน์ ฉันก็มานั่งนึกว่า เอ…วันนั้นเขาบอกฉันว่ามันเป็นวันทำงานของเขานี่นา มือสั่น ตัวชา อื้อ ตาลาย อยากทำลายข้าวของทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า แต่ที่ทำได้ในวินาทีนั้นคือเดินจากมาเงียบ ๆ กลับบ้านเองยังไม่เป็น ต้องเรียกเพื่อนมารับ เจอเรื่องแบบนี้เข้าไป เป็นไงล่ะตู นางเอกโคตร ๆ สติช้ากันไปเลยทีเดียว

เห็นไหมค่ะว่า…พอเรารู้ว่าเขามีคนอื่น เรื่องต่อมา ๆ คือ เขาโกหกอะไรเราไว้ เขาใช้วิธีการไหน ยิ่งรู้มากเข้า ก็เจ็บมาก แต่ตอนนั้นหยุดอ่านไม่ได้ ยิ่งเปิดหาใหญ่ว่าเธอคนนั้นเขียนไว้ที่ไหนอีกหรือเปล่า เป็นพวกซาดิสต์ ยิ่งอ่านยิ่งเจ็บ…แต่ยังไม่หยุด

แต่เรื่องของฉันกลายเป็นเรื่องเด็กเล่นขายของไปเลย ได้ยินเรื่องของน้องคนหนึ่งมา เธอเล่าให้ฟังว่า…เธอจับได้ว่าผู้ชายมีคนอื่น แต่เขาไม่ได้นอกใจไปหาผู้หญิงคนนั้นนะ เพราะผู้ชายเริ่มคบผู้หญิงสองคนนี้พร้อม ๆ กัน ไม่ได้มีใครมาก่อนมาหลัง ไม่ได้มีใครน้อยหน้าใคร ผู้ชายคนนั้นก็ดูรู้สึกผิดน้อย เหมือนจะลอยตัวว่าตัวเองไม่ได้นอกใจ แต่เริ่มดูใจมาพร้อม ๆ กัน และรักไปพร้อม ๆ กัน ไม่ได้ตัดคนไหนทิ้งไป พอความแตก ก็บอกตัวเองเป็นคนไม่ดี เป็นคนเลวที่ทำแบบนี้

ทุกคนค่ะ! ไม่มีไม่มีใครบอกว่าตัวเองเลว เพราะรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ หรอกค่ะ เขาแค่พูดว่าตัวเองเลว เพื่อที่คนอื่นจะได้ไม่ต้องพูด ไม่ต้องด่าว่าเขาเลว…แค่นั้นเอง แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ ถ้าไอ้หมอนั้นรู้สึกผิดก่อนหน้าที่จะโดนจับได้ เขาคงไม่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งเข้าใจว่าตัวเองคิดมาก เพ้อ ประสาทเสียไปเอง ระแวงไปเองว่าเขามีคนใหม่ จนถึงกับต้องไปปรึกษาหมอว่าทำไมตัวเองถึงได้คิดแบบนั้น รู้สึกแบบนั้น ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งคิดว่าตัวเองเป็นบ้า ชอบคิดไปเองตลอดเวลาว่าเขามีคนอื่น

สุดท้ายพอมาได้รู้ว่า อ้าว! มันจริงนี่หว่า เขาเป็นแบบนั้นจริง เรื่องที่คิดระแวงสงสัยเป็นเรื่องจริง…ก็ยิ่งสาหัส ต้องไปหาหมอ แต่เปลี่ยนประเด็นเป็นต้องไปรักษาตัวเองให้หายเจ็บแทน พาลเจ็บเข้าไปอีกที่รักคนเลว ๆ ถามว่าน้องผู้หญิงคนนั้นเลิกไหม? ไม่เลิกนะจ๊ะ ผู้หญิงสองคนให้ผู้ชายเลือกว่าจะคบคนไหน เพราะถือว่ามาพร้อมกัน แต้มเท่ากัน…(เฮ้อ!) ประหลาดดีแท้ แต่อย่าคิดว่าผู้ชายคนนั้นหล่อลากนะคะ ไม่ว่าจะหน้าตาหรือออปชั่นต่าง ๆ จัดอยู่ในหมวดหมู่ธรรมดา เพราะฉะนั้น ตัดไปได้เลยว่าหน้าตาดีเลยเลือกได้ คนหน้าตาทั่ว ๆ ไป ธรรมดา ๆ บ้าน ๆ นี่แหละที่ทำพังมาเยอะแล้ว อย่ามัวระแวงคนหน้าตาดีเพียงอย่างเดียว

ภาพชีวิตที่ผ่านมาทุกวันมันมีเขาอยู่ด้วยเสมอ นี่แหละที่ทำให้ใครหลายคนรับไม่ได้ หากภาพต่อไปของชีวิต จะไม่มีเขามาเป็นส่วนหนึ่งอีกแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องถามใจตัวเองว่า ถ้ารู้อะไร ๆ มากเข้า เรายังจะรักเขามากพอที่จะรับความชั่วร้ายของเขาได้ไหม ถ้าตอบว่าได้ แล้วเราสามารถหยุดความรู้สึกเหล่านี้ได้หรือไม่…รู้มาก เจ็บมาก เจ็บมาก เกลียดมาก เกลียดมาก เพราะรักมาก

หลายคนอาจตอบว่า แม้คำตอบของหัวใจจะบอกว่ายังรักเขามากพอที่จะรับความชั่วร้ายได้ แต่ไม่รู้เสียเลยจะดีกว่า เพราะพอรู้มาก ๆ เข้า ก็จะเกิดคำถามอีกว่า มีอะไรอีกไหมที่เรายังไม่รู้ แถมนาน ๆ ไป กลายเป็นเจ็บมากเข้า ๆ จนรู้สึกว่าช่างมันเถอะ…ช่างมัน

บางคนเลยขอไม่รู้อะไรเลยยังจะดีเสียกว่า ไม่อยากหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บต่ออีกหลายทอด เลยไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว แต่…การไม่รู้เสียเลยน่ะ มันไม่เจ็บจริงหรือ? ชีวิตต่อไปจะราบรื่นกับการไม่รู้นั่นจริงใช่ไหม? เราจะ “ช่างมันเถอะ!” ไปได้อีกนานแค่ไหน? ปิดหู ปิดตา แต่ว่าเรายังคงรู้สึกอยู่ตลอดเวลาใช่ไหม? เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าลืมวันเกืดหรือว่าผิดนัด มันเป็นเรื่องใหญ่ที่จะทำให้เราจัดการเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตไม่ได้ จนส่งผลถึงเรื่องอื่น ๆ เช่น นอนไม่หลับ กินไม่ลง ทำงานไม่ไหว

จะ “ช่างมันเถอะ” กับเรื่องที่เราไม่รู้ หรือ “ช่างมันเถอะ” กับเรื่องที่เขาทำก็ตามใจ แต่อย่า “ช่างมันเถอะ” กับความเจ็บปวดของตัวเอง ขอแค่นี้…พอ

ถ้าย้อนกลับไปได้ก็ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้นถ้าย้อนกลับไปได้จะไม่ผูกพัน จะไม่รักกับคนหลายใจอย่างนั้นให้ปวดใจ แต่ที่เจ็บที่ปวดอยู่ทุกวันนี้ เพราะไม่มีวันจะย้อนกลับไปแก้ไขใหม่ รักคนอย่างเธอ ก็ต้องยอมรับเรื่องที่เจอและทำใจ ที่ยอมอย่างนี้ เธอรู้ไหม “เพราะรักคำเดียว”

, ,
27/10/2011 at 3:06 pm Comments (0)

เคยคิดกันไหมว่า ทุกข์-สุข เกิดขึ้นยังไงในใจเรา..??‏

แล้วคุณหล่ะ เคยคิดกันไหมว่า
ทุกข์-สุข เกิดขึ้นยังไงในใจเรา..??‏

 

, ,
05/10/2011 at 1:12 am Comments (0)

นสพ.จะหายสาบสูญในปี 2583

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ระบุ นสพ.ในรูปแบบกระดาษจะหายสาบสูญไป และนสพ.ในรูปแบบดิจิตอลจะเข้ามาแทนที่ภายในปี 2583

นายฟรานซิส เกอร์รี องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ ไวโป กล่าวว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะไม่มีหนังสือพิมพ์ในรูปแบบของกระดาษอย่างที่เห็นใน ทุกวันนี้ และว่าผลการศึกษาหลายครั้งก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นว่าหนังสือพิมพ์จะหายสาบสูญไปในปี 2583 โดยในสหรัฐ หนังสือพิมพ์จะหายไปภายในปี 2560 และว่าในสหรัฐขณะนี้หนังสือพิมพ์ที่เป็นกระดาษขายได้น้อยกว่าหนังสือพิมพ์ ดิจิตอล

นอกจากนี้ ในหลายเมืองยังมีร้านขายหนังสือน้อยลง แต่ปัญหาสำคัญในเวลานี้ก็คือ การจัดเก็บรายได้ นายเกอร์รีกล่าวว่า การปกป้องลิขสิทธิ์เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมีผลต่อรายได้ของบรรดานักเขียน

ที่มา news.voicetv

, ,
05/10/2011 at 1:09 am Comments (0)

อ่านใจคนใกล้ตัวจากการดื่มนม

อ่านใจคนใกล้ตัวจากการดื่มนม

นมรสจืด

คุณเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูง มีความพยายามที่จะทำอะไรได้สำเร็จ เป็นผู้นำที่ดี แต่ทว่าเป็นผู้ตามที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะที่คุณไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ ทำให้คุณถูกมองว่าเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ภายในอ่อนไหวมาก

นมเปรี้ยว

คุณเป็นคนที่ช่างจินตนาการ สดใส ร่าเริงอยู่เสมอ ด้วยนิสัยขี้เล่นของคุณทำให้คุณมีเพื่อนเยอะ และไม่เคยเหงาเลยทีเดียว แต่เมื่อไหร่ที่คุณขาดเพื่อน คุณจะเหงาจนไม่อาจทนได้ ถึงดูเหมือนว่าภายนอกจะเป็นคนสดใสร่าเริง แต่ภายในลึกๆ แล้วเป็นคนที่ดื้อรั้น ไม่ค่อยยอมฟังใครซักเท่าไหร่

นมรสสตรอเบอร์รี่

คุณเป็นคนทันสมัย ชอบแต่งตัว ชอบไปเที่ยว ชอบงานปาร์ตี้ มีเพื่อนเยอะ แต่คุณมักจะเป็นตัวก่อปัญหาให้กับเพื่อนเสมอๆ คุณเป็นคนที่ใฝ่ฝันว่าจะแต่งงานให้ได้เพราะคุณจะถือเรื่องการขึ้นคานเป็นพิเศษ

นมช็อกโกแลต

คุณมีความมั่นใจในตัวเองสูง ความซื่อสัตย์เต็มร้อย คุณเป็นคนที่มักจะเคลียร์ปัญหาของเพื่อนได้ดี เพื่อนๆ มักมาปรึกษาปัญหากับคุณ คุณเก็บความลับได้ยอดเยี่ยม จึงมีแต่คนไว้ใจ แต่คุณเป็นคนที่จะไม่เคยปรึกษาปัญหาของคุณกับใคร เพราะคุณคิดว่าถึงบอกไปก็ช่วยอะไรไม่ได้

นมถั่วเหลือง

คุณเป็นคนน่ารัก ขี้อาย อ่อนโยนและอ่อนหวาน ใครๆ ก็ต่างชอบคุณ เพราะคุณเป็นเด็กเรียบร้อย พูดจาเพราะ ไร้คำหยาบ แต่คุณเป็นคนที่ขี้แยร้องไห้ง่ายมาก และยังขี้กลัวอีกด้วย แต่เมื่อถึงเวลาที่คุณจะแสดงอะไรต่างๆ คุณก็กล้าที่จะทำ ถ้าเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง คุณเป็นคนไหวพริบดี รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมคนอื่น แต่คุณก็ไม่เคยจะพูดออกมาเพราะกลัวว่าคนอื่นจะโกรธคุณ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 

, ,
05/10/2011 at 1:08 am Comments (0)

สถานะ แรงๆ เจ็บๆ

อยากเป็นคนที่เธอบอกรักให้ฟัง ไม่ได้อยากรับฟังเธอบอกรักคนอื่​น

เวลาไปกินหมูกะทะกับแฟน อย่าลืมบอกให้พนักงานเปลี่ยนเตา​นะ… “ถ่านไฟเก่า”จะได้ไม่ครุ


ความรักเริ่มต้นจาก “เข้าตา” พัฒนาต่อมาเป็น “เข้าใจ” แล้วสุดท้ายกลับกลายเป็น “เข้ากันไม่ได้


ความรักที่ไม่สมหวัง ก็เปรียบเสมือน คนสองคนกำลังดึงหนังยางไว้ คนปล่อยไม่เจ็บ แต่คนที่เจ็บคือ คนที่ … ไม่ยอมปล่อย


ช: เธอ…..เราว่าเราเลิกกันเถอะ
ญ: จะเลิกได้ไง เรายังไม่ได้คบกันเลยนะ
ช: งั้นเรามาคบกันนะ ^^


เบอร์ของเธอ, ไม่เคยโทร, แต่ไม่เคยลืม


คนนอนดึกไม่ใช่คนว่างงาน แต่เป็นคนที่ยุ่งอยู่กับการคิดถึงใครสักคน


อ่านหนังสือก่อนนอน ก็ยังจำได้ซ้ำๆหน้าเดียว คือหน้าเธอ


ใน facebook ถ้าไม่เป็นเพื่อนก่อนก็เป็นแฟนไ​ม่ได้
ในชีวิตจริงบางครั้งเป็นเพื่อนแ​ล้วก็หมดโอกาสเป็นแฟน


ให้เลิกเหล้าบุหรี่..พี่ก็ยอมได้อยู่
ให้เลิกเจ้าชู้.. พี่ก็เลิกขี้หลี
ให้เลิก.. อ่ะ อันนี้อาจใช้เวลาหลายปี
แต่ให้เลิกหน้าตาดี .. อันนี้พี่ทำไม่ได้จริงๆ


แค่รอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากแบบไม่ตั้งใจ .. อาจทำให้ใครบางคนคิดมากไปหลายวัน


เมื่อก่อน บอกว่า กูเป็นดัง “ลมหายใจ”
แล้วตอนนี้จะมาทิ้งกูไปเตรีย​ม “เครื่องช่วยหายใจ” แล้วรึยัง!!!


แปลกนะบางที..
คนที่ “นอกใจเรา” กับคนที่อยู่ “ในใจเรา” เป็นคนๆ เดียวกัน


คำคมที่ ”บาดใจ” ส่วนใหญ่จะออกมาจาก หัวใจที่ ”บาดเจ็บ”


เธออาจไม่ใช่รักแรกพบ แต่ตอนจบขอให้เป็นเธอ


โลกของเราก็เหมือนนาฬิกา เธอเป็นเข็มสั้น ฉันเป็นเข็มยาว เดินเร็วเพื่อตามหาเธอ ฉันเดินเจอเธอบ้าง… แต่คงไม่มีวันได้เดินเคียงข้างกัน


‎”รัก” ไม่ยาก … แต่ลำบากมาก “เวลาลืม” !!


“นอน” กะใครกุก็ไม่”ว่า”
“เล่นเกมส์” กลับช้ากุก็แค่”บ่น”
“โกหก” ทุกวี่วันกุก็แค่”ทน”
ถามหน่อย มีกี่คนทนได้อย่างกุ!!!


ผมบอกว่า ” ชอบนะ ” … เธอบอกว่า “อ๋อ เหรอ ”
ผมบอกว่า ” คิดถึงเธอ ” … เธอบอกว่า ” เว่อร์ไปมั๊ยพี่ ”
ผมบอกว่า ” ผมรักแท้ ” … เธอบอกว่า ” ตอแหลสิ้นดี ”
ผมบอกว่า ” ขอซักที ” … เธอบอกว่า ” พี่เอามาเลย 3 พัน “!!!


“เลิกกัน” ไม่ยาก , “ใช้ชีวิต” หลังจากนั้นต่างหากที่ยากก​ว่า !!!!


ครู : ข้อ 1 ตอบอะไร
นร. : ความรัก
ครู : ข้อ 2 ตอบอะไร
นร. : ความรัก
ครู : ตอบอะไรของเธอนิ
นร. : ความรักคือคำตอบของทุกอย่าง

อย่าทำตัวเป๊น “ควาย” ที่ไปไหนแร้วต้องมี “เขา” จงทำตัวเป็นเราที่ไม่มี “เขา” เราก๊ไม่ “ตาย”


ในเมื่อ “ผอม” ไม่ได้ .. เราก็ควรจะเรียนรู้ที่จะ “อ้วน” อย่างน่ารัก !!! ..


สิ่งที่ยากกว่าการ “จากลา” คือการทำตัวเป็น “คนธรรมดา” .. ที่ “ไม่รู้จักกัน” !!! ..


ตั้งแต่วันที่เธอ “เดินจากไป” .. ก็ลืมไปเลยว่า ฉัน “ยิ้มได้” และ “หัวเราะเป็น” !!! ..

เมื่อเริ่มรัก มักไม่มี “เหตุผล” .. พูดวนๆ ว่า “เธอเป็นคนที่ใช่” .. !!!

ตอนจะไป “เหตุผล” ถล่มถลาย .. สรุปง่ายๆ ว่า “รักเราไม่เท่ากัน” .. !!!

‎~ ข้อเสียของการ “ไม่เจ้าชู้” ~

คือ เวลาแฟนไม่อยู่ .. “ไม่รู้จะไปกินข้าว กับใคร” ???..

สิ่งที่ยากกว่าการ “ทำใจ” …

คือ การเห็น “คนรัก” เดินจากไป “พบรักครั้งใหม่” .. ทั้งๆที่ยังไม่ได้ “เลิกลา” !!! ..


อาการ “อกหัก” อาจจะทำให้หลายๆคนทุกข์ทรมาน “เจ็บเจียนตาย” !!! ..

แต่รู้เอาไว้เถอะว่า .. “ครึ่งหนึ่งของความเจ็บ” มันยังไม่เท่า “ในวันที่แม่คลอดเรา” ..!!!


~ ประกาศ ~ รับสมัคร “แฟน” !!! ..
1.) ต้องหล่อ .. เพราะว่ากู “ไม่สวย”
2.) ต้องรวย … เพราะว่ากู “จน”
3.) ต้องอึด! … เพราะว่ากู “ทน”
4.) ต้องมีรถยนต์ เพราะว่า “กูเดิน” !!! ..

บางครั้ง! มันไม่สำคัญหรอกว่า .. “เขายังรักเราอยู่หรือเปล่า” ?? ..

แต่มันสำคัญตรงที่ เขาจะรู้บ้างหรือเปล่า .. ว่าเรา “ยังรักเขา” ?? ..

อย่าเรียกคนที่ “เขารอคุณ” .. ว่า “ตัวสำรอง” !!! ..

เพราะว่า .. เขาคือ “คนที่พร้อมจะรักคุณทุกเวลา” !!! ..


‎”ผู้ชาย” ชอบพูดว่า .. ผู้หญิงชอบ “เรียกร้องความสนใจ” .. !!!

แล้วเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า .. “ให้ความสนใจพอหรือยัง” ?? ..


“เธอขาว .. ฉันดำ” >> จะพูดทำไม ??.. >> ถ้าหาก “ปิดไฟ อะไรๆก็ลงตัว” !!!.. ^^

เคยไหม?.. ที่คิดถึงใครคนนึง แต่ ไม่กล้าโทรหา …
เคยไหม?.. นั่งมองนาฬิกา แต่ไม่รู้ว่า “รออะไร” …
เคยใหม?.. ฝืนยิ้ม ให้อีกคนสบายใจ .. ทั้งที่ข้างใน “โคตรชา” ..
เคยไหม?.. แคร์เขาตลอดเวลา จนแทบบ้า ไม่เป็นตัวเอง ..
เคยไหม?.. เรานั่งเหงานั่งเศร้า .. แต่เขา “สบายใจ” ..
เคยไหม?.. ที่มาช้าไป หมดสิทธ์ใช้ คำว่า “แฟน” !!! ..


บางครั้ง ที่เราเสียใจกับการ “เลิกกัน” .. จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะ สิ่งร้ายๆ ที่เขาทำกับเรา ??..

แต่ เป็นเพราะ .. เราคิดถึง “สิ่งดีๆ”.. ที่ไม่มีวันหวนคืนกลับมา ต่างหาก !!! ..


เวลาที่เรา “ทะเลาะ” กับแฟน .. แล้วเถียงไม่ทัน ให้ทำหน้าตาขึงขัง แล้วถามไปดังๆ !!!

ว่า .. ”Dot-A” กับกูมั้ยสาดดด!!.. หลังจากที่แฟนเรายืนงงๆ “เราก็คงวิ่งไปไกล” …^^

จำได้ว่า ตอนแรก “ที่รักกัน” .. เธอบอกกับฉันว่า มันเป็นเรื่องของ “เราสองคน” …

แต่พอ “หมดรัก” ไม่มีตัวตน .. บอกฉันว่า “ไม่ใช่เราสองคน” แต่มันเป็น “เรื่องของกู” !!!..

“ขอโทษ” .. เป็นคำพูดที่ทุกคนใช้มากที่สุด เมื่อเวลา “ทำผิด” .. !!!

แต่ “คำขอโทษ” จะไม่ศักดิ์สิทธิ์ .. กับคนที่ “ทำผิด” ในเรื่องเดิมๆ !!! ..


“ผู้หญิง” .. ไม่ใช่ “ที่ระบาย” ของผู้ชาย .. !!!
“ผู้หญิง” .. ไม่ได้ มีทุกสิ่งให้สรรหา …
“ผู้หญิง” .. ไม่ใช่ “เจ้าหญิง” หรือ “นางฟ้า ” .. !!!
“ผู้หญิง” .. ก็แค่ “คนธรรมดา” > ที่มีหัวใจ < …

‎”คำพูด” ไม่สามารถบอกได้ทุก “ความรู้สึก” ของคนฟัง …

แต่ “น้ำตา” สามารถบอกได้ถึง “ความรู้สึก” ของคนพูด !!! ..


มีคนบอกว่า “น้ำตา” สามารถเป็นได้ “ทุกคำตอบ” …

งั้นเวลาทำข้อสอบ .. กูจะนั่ง “ร้องไห้” แมร่งเลยง่ายดี !!!..

โกหกคนอื่น…”บาป”
โกหกตัวเอง…”เจ็บ”

พยัญชนะภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว คือ “พ.D.”

เคยมั้ย….. เข้าไปดูหน้าwallของคนๆหนึ่งทุก​วัน แต่ไม่กล้ากดไลค์ ไม่กล้าคอมเมนต์
คนหนึ่งบอก “ตอนนี้ไม่ว่าง” มีอะไรมั้ย ??
อีกคนน้ำตาไหล บอกไม่มีอะไร แค่คิดถึง T T
‎”บางอาชีพ” เงินเดือนเป็นแสน .. ทำงานตอบแทน “ประเทศชาติ” ได้แค่ไหน ??
“ทหารและตำรวจไทย” ถึงเงินเดือนจะไม่เท่าไหร่ .. แต่ “อุทิศทั้งชีวิตให้แผ่นดิน”
“น้ำตา” อาจไม่ใช่ “คำตอบ” .. แต่ที่ต้อง “ร้อง” เพื่อให้ได้ “คำถาม” ?? ..

ถึง “ร้องไห้” มันไม่ได้ช่วยอะไรก็ตาม .. แต่ก็รอ “คนบางคน” มาถาม “ว่าเป็นอะไร” ???
อย่าโทษ! “มือที่ 3″ ว่าเป็นคนที่ทำให้ “ความรัก” ของคุณพัง !!! ..

ลองย้อน! กลับไปมองดูตัวเองหรือยังว่า “ดูแลคนที่คุณรัก” ดีพอรึป่าว ?? ..

กรุณา!.. อย่าเรียกคนที่ชอบโพสต์ “คำคม” ว่าเป็นพวก “เพ้อเจ้อ” ?? ..

เพราะ .. “ภาษาวัยรุ่น” เขาเรียกว่า “ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาใจ” !!! ..
เคยมั้ย?.. ที่ปากก็บอกว่า “ไม่แคร์ ไม่สนใจ” !!! ..

แต่พอ “ออนเฟสฯ” ทีไร?.. ก็ไปเปิดดู “ทุกโพสต์ ทุกคอมเม้นท์” ของเขาทุกครั้ง !!!

เธอแค่ “รู้สึกดี” แต่ “ไม่มีใจให้” .. เธอแค่ “รู้สึกใช่” แต่ “ไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกัน” …
บางครั้ง! “ความเอาใจใส่” .. ก็สำคัญกว่า “คำว่ารัก” ที่พูดอยู่ทุกวัน ..!!!
‎”แฟน” เขามีไว้ให้ “รัก และห่วงใย” .. ไม่ได้มีไว้ เพื่อไปอวดใครๆ ให้รู้ว่า “กูมี” !!!

 

, ,
05/10/2011 at 1:06 am Comments (0)

ผมแตกปลายทําไงดี?

ผมแตกปลายทําไงดี?

ผมแตกปลายนั้นเกิดจากชั้นเซลล์ของเส้นผมแตกแยกตัวกันและไม่สามารถกลับมาสมานกันได้สนิทอีกครั้งไม่ว่าจะแก้ไขด้วยวิธีใดก็ตาม การใช้ครีมนวดผมก็แก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราว เมื่อสระผมครั้งต่อไปก็จะแตกปลายอีก

วิธีแก้ปัญหาผมแตกปลาย

วิธีที่ดี คือ การตัดปลายที่แตกออกและเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินและเกลือแร่ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงเช่น ธาตุเหล็กในเนื้อสัตว์ ถั่วเหลือง ข้าวสาลี ผักขม วิตามินบีในจมูกข้าว กล้วย กรดอะมิโนในเมล็ดธัญพืช ไข่ และธาตุสังกะสีในข้าวซ้อมมือ ปลาซาร์ดีน เป็นต้น

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและความร้อนสูงกับเส้นผมเป็นประจำเพื่อป้องกันผมแห้งเสียแตกปลาย สาวๆ อาจเจอปัญหาผมแตกปลายได้ง่ายกว่าคุณหนุ่มๆ เพราะผมที่ยาวกว่าและผ่านการทำเคมีและความร้อนมากกว่านั่นเอง

ที่มาจาก : n3k.com

 

, ,
05/10/2011 at 12:58 am Comments (0)

รูปภาพ สิ่งมหัศจรรย์ ความงามของธรรมชาติที่หาดูได้ยาก

, ,
04/10/2011 at 5:34 am Comments (0)

วัยทอง…วัยงามแห่งชีวิต

สุภาพสตรีที่มีอายุเลย 40 ปีไปแล้ว จะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ประจำเดือนที่เคยมีสม่ำเสมอ ตั้งแต่วัยรุ่นนั้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นไม่แน่นอน ระยะห่างเนิ่นนานขึ้น หรือปริมาณลดน้อยลง จนในที่สุดไม่มาอีกเลย นั่นคือ วัยหมดประจำเดือน ซึ่งโดยเฉลี่ย สตรีไทยจะหมดประจำเดือนเมื่ออายุ 49 ปี ปัจจุบันสตรีวัยนี้ จะได้รับการกล่าวขานว่าเป็น สตรีวัยทอง

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้หมดประจำเดือน

การหมดประจำเดือน เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย เกิดเนื่องจากรังไข่ไม่ผลิตฮอร์โมนเพศอีกต่อไป ฮอร์โมนเพศนี้มีชื่อว่า เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน

อาการของภาวะหมดประจำเดือน

แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะเริ่มแรกช่วงใกล้หมดประจำเดือน หรือเพิ่งหมดประจำเดือนใหม่ๆ และระยะยาว หลังหมดประจำเดือนไปแล้ว

ระยะแรก

คืออาการที่เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจน เริ่มลดระดับลง ซึ่งมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ และอวัยวะอื่นๆ เช่น กระดูก หัวใจและหลอดเลือด สมอง ระบบประสาทอัตโนมัติ เต้านม ระบบทางเก็บปัสสาวะ ผิวหนัง เล็บและเส้นผม เมื่อฮอร์โมนลดระดับลง จึงทำให้เกิดอาการต่างๆ ดังต่อไปนี้

 
ร้อนวูบวาบตามตัว หน้าอก ใบหน้า
 
เหงื่อออกตอนกลางคืน
 
นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย ขาดสมาธิ ขี้หลงขี้ลืม
 
เวียนศีรษะ ใจสั่น เหนื่อยง่าย
 
ความรู้สึกทางเพศลดลง
 
ช่องคลอดแห้ง บาง คัน และติดเชื้อง่าย
 
เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
 
ปัสสาวะบ่อย บางครั้งอาจมีอาการปวดแสบ ปวดร้อน เวลาถ่ายปัสสาวะ หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
 
ผิวหนังบาง แห้ง ไม่มีน้ำมีนวล เส้นผมหยาบกร้านขึ้น

อาการต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่ว่า จะเกิดกับสตรีทุกคน ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ สิ่งแวดล้อม บางคนโชคดี ไม่มีอาการเลย แต่บางคนมีอาการเกือบครบทุกอย่างที่กล่าวมา ระยะเวลาที่เกิด บางคนอาจเกิดก่อนหมดประจำเดือนจริงๆ ถึง 5-6 ปี แต่บางคนก็เกิดในช่วงที่ใกล้หมดประจำเดือน

ระยะยาว

เมื่อหมดประจำเดือนแล้ว การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน จะทำให้มีผลดังนี้

 
1.
ผลต่อกระดูก
ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ เอสโตรเจน เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เนื้อกระดูกจะมีการสร้างมากกว่าถูกทำลาย แต่เมื่อหมดประจำเดือน จะทำให้มีการสลายเนื้อกระดูก มากกว่าการสร้างทดแทน การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดอย่างรวดเร็วใน 5 ปีแรก ทำให้กระดูกบางลง ถ้าบางลงเรื่อยๆ จนถึงจุดๆ หนึ่ง เรียกว่าภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการหักง่าย ตำแหน่งที่พบกระดูกหักได้ง่าย คือ กระดูกสันหลัง สะโพก และข้อมือ
 
2.
ผลต่อหัวใจ และหลอดเลือด
เมื่อขาดเอสโตรเจน จะทำให้โคลเลสเตอรอล ชนิดที่มีสารไขโปรตีน ความหนาแน่นสูง (High Density Lipoprotein Cholesterol-HDL) ลดต่ำลง HDL นี้ ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน จึงพบว่าสตรีวัยเจริญพันธุ์ ที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดน้อยกว่าผู้ชายมาก แต่หลังจากหมดประจำเดือนแล้ว โอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้อัตราการตายจากโรค ใกล้เคียงกับเพศชาย
 
3.
ผลต่อสมอง
เป็นที่ยอมรับในปัจจุบันแล้วว่า สตรีวัยหมดประจำเดือน จะมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) ได้สูงมาก

จะทราบได้อย่างไรว่าเริ่มเข้าสู่วัยนี้แล้ว

สตรีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มีอาการผิดปกติต่างๆ ดังที่กล่าวไว้ในตอนแรก ควรจะสงสัยว่า เริ่มเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้ว หรือสตรีที่แม้ไม่มีอาการอะไรเลย แต่ไม่มีประจำเดือนติดต่อกันนาน 1 ปี ก็ถือว่า หมดประจำเดือนแน่นอน ในกรณีที่ต้องการทราบผลแน่ชัด สามารถทราบได้โดยการเจาะเลือด หาระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน และระดับฮอร์โมน FSH (Follicle Stimulating Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง

จะดูแลตนเองอย่างไรในวัยหมดประจำเดือน

ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่า วัยหมดประจำเดือน ไม่ใช่วัยเริ่มต้นสู่วัยชรา สตรีวัยนี้ ยังคงทำงานได้อย่างกระฉับ กระเฉง ปฏิบัติหน้าที่ทั้งในที่ทำงาน และที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมดังที่เรียกขานวัยนี้ว่า วัยทอง ดังนั้น สตรีวัยทอง ควรจะศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งจากสื่อต่างๆ สิ่งพิมพ์ พูดคุยกับเพื่อน หรือปรึกษาแพทย์ทางนรีเวช และควรจะมีการปฏิบัติตัว ดังนี้

 
1.
อาหาร นอกจากการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่แล้ว สตรีวัยทอง ควรจะเน้นการรับประทานอาหาร ที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้ งาดำ ปลาเล็กปลาน้อย ที่รับประทานพร้อมก้าง ผักใบเขียว เป็นต้น แคลเซียมที่รับประทาน จะเป็นตัวเสริมสร้างกระดูก สตรีวัยทอง ควรจะได้รับแคลเซียมวันละ 1,500 มิลลิกรัม เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนนอกจากนี้ ควรจะควบคุมระดับไขมันในเส้นเลือด โดยงดรับประทานอาหาร ที่มีโคลเลสเตอรอลสูง เช่น หอยนางรม ไข่แดง เป็นต้น
 
2.
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดิน การวิ่งเหยาะๆ เต้นรำ เป็นต้น
 
3.
ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง ตรวจเช็คความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน ตรวจภายในเช็คมะเร็งปากมดลูก ตรวจหามะเร็งเต้านม (Mammography) และตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก (Bone mineral density)
 
4.
ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณารับฮอร์โมนทดแทน

การให้ฮอร์โมนทดแทนมีประโยชน์อย่างไร

การให้ฮอร์โมนทดแทน คือ การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน ชนิดสกัดจากธรรมชาติ เพื่อชดเชยเอสโตรเจนที่ลดระดับลงไป จึงช่วยบรรเทาอาการ ที่เกิดจากการหมดประจำเดือน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว นั่นคือ บรรเทาอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออก เวียนศีรษะ ลดอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ ทำให้การถ่ายปัสสาวะปกติ บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเมื่อย ช่วยปรับสภาพผิวหนัง และเส้นผม ป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อม กระดูกพรุน และโรคหัวใจขาดเลือดได้

การให้ฮอร์โมนทดแทนมีผลเสียหรือไม่

นอกจากข้อดีของฮอร์โมนทดแทนแล้ว ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีข้อเสียอยู่บ้าง กล่าวคือ ถ้าใช้เป็นระยะเวลานานๆ จะกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว และอาจกลายเป็นมะเร็งได้ ถึงแม้ว่าจะพบน้อยก็ตาม ดังนั้น ในสตรีที่ยังมีมดลูกอยู่ แพทย์จะให้ฮอร์โมนทดแทน ในรูปแบบของเอสโตรเจนร่วมกับโปรเจสโตเจน ทั้งนี้เพราะ ฮอร์โมนโปรเจสโตเจน จะต้านฤทธิ์ของเอสโตรเจน ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่หนาตัว

ส่วนเรื่องของมะเร็งเต้านมนั้น มีข้อขัดแย้งกันมากว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมหรือไม่ แต่ปัจจุบันผลการศึกษาวิจัยมีแนวโน้มว่า การให้ฮอร์โมนทดแทน ไม่ทำให้อัตราการเกิดมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม สตรีที่ได้รับฮอร์โมนทดแทน ควรจะได้รับการดูแล อย่างสม่ำเสมอจากแพทย์ ไม่ควรไปซื้อยาเอง เพื่อแพทย์จะได้ให้การวินิจฉัย และรักษาแต่เนิ่นๆ เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น

วัยทอง…วัยงามแห่งชีวิต

ปัจจุบัน อายุขัยของสตรีเพิ่มขึ้นจากอดีตมาก จากที่เคยดำรงชีวิตอยู่แค่ 50 ปี ก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 70 กว่าปี ช่วงชีวิตในวัยหมดประจำเดือนจึงเพิ่มขึ้น การใช้ชีวิตในวัยดังกล่าวยาวนานขึ้น ถ้ามีการดำรงชีวิตที่ดี รับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกาย และพักผ่อนอย่างพอเพียง รวมทั้งการใช้ฮอร์โมนทดแทน จะทำให้คุณภาพชีวิตทั้งทางร่างกาย และจิตใจดี สมกับคำว่า วัยทอง วัยงามแห่งชีวิต

, ,
04/10/2011 at 1:52 am Comments (0)

4 อาหารลดอาการตาแห้ง

คุณเคยรู้สึกตาแห้ง ตาพร่ามัว หรือฝืดเคืองตา ต้องกระพริบตาถี่ๆ คล้ายมีเศษผงเข้าตา จนทำให้มองภาพไม่ชัด หรือบางครั้ง มีขี้ตาออกมาเป็นเมือกเหนียวกันบ้างไหมคะ ถ้ามีแสดงว่าคุณกำลังมีอาการตาแห้งแล้วล่ะ

สำรวจสาเหตุของอาการตาแห้ง

ตาแห้ง เป็นอาการที่มีความผิดปกติของน้ำตา โดยปกติดวงตาของคนเรา จะมีปริมาณน้ำตาเพียงพอที่จะมาหล่อเลี้ยง หรือให้ความชุ่มชื้นกับดวงตา รวมถึงฉาบกระจกตา ทำให้การมองเห็นชัดเจน

ส่วนอาการตาแห้งเกิดจากการมีปริมาณน้ำตาน้อย หรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดีพอ ซึ่งน้ำตาที่ดีมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ไขมัน น้ำใส และเมือก หากส่วนประกอบ 1 ใน 3 ของน้ำตาขาดความสมดุลหรือไม่มีคุณภาพ จะทำให้ตาแห้งได้

อาการนี้เป็นได้ทุกเพศ แต่มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และจะพบมากขึ้นตามวัย โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน เป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนที่ลดลง ทำให้สารคัดหลั่งต่างๆ ในร่างกาย รวมทั้งน้ำตาก็ลดปริมาณลงไปด้วย นอกจากนี้ อาการดังกล่าวยังเกิดได้จากอีกหลายสาเหตุ ดังนี้

 
ภาวะที่ทำให้เส้นประสาทรับความรู้สึกที่ตาลดลง เช่น การใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีคุณภาพ การผ่าตัดกระจกตาหรือเปลี่ยนกระจกตา การอักเสบของกระจกตาจากเชื้อเริม นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเป็นอัมพฤกษ์ที่ใบหน้า
 
โรคที่ผิดปกติทางภาวะภูมิคุ้มกัน (Autoimmune) เช่น โรค Sjogren’s Syndrome ซึ่งมีอาการตาแห้ง ร่วมกับข้ออักเสบและปากแห้ง โรคข้อบางชนิด หรือโรคเอดส์
 
โรคบางชนิด ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบกับเยื่อบุตา เช่น กลุ่มอาการแพ้ยา อย่างสตีเวนจอห์นสัน (Stevens-Johnson) ริดสีดวงตา และเบาหวาน
 
การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยาคุมกำเนิด ยานอนหลับ ยาลดความดันโลหิตบางชนิด
 
การทำงานของเปลือกตาบกพร่อง เช่น หลับตาไม่สนิท กะพริบตาน้อย เปลือกตาผิดรูป
 
สภาพแวดล้อม เช่น อยู่ในห้องปรับอากาศที่มีอากาศแห้ง หรือมีฝุ่นควัน ลม และแดดจ้า
 
อาชีพที่ต้องใช้สายตาจ้องเป็นเวลานาน เช่น พนักงานคอมพิวเตอร์ ช่างอ๊อกเหล็ก หรือยามที่เฝ้ากล้องวงจรปิด

แต่ก็อย่าเพิ่งกังวลใจกันไปค่ะ เพราะผู้ที่มีอาการตาแห้งส่วนใหญ่มักเป็นในระดับไม่รุนแรง แค่ก่อความรำคาญใจ แต่ไม่ทำให้ตาบอดได้

เทคนิคเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

 
กระพริบตาถี่ๆ ในภาวะปกติคนเราจะกระพริบตานาทีละ 20 – 22 ครั้ง ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา แต่ถ้าในขณะที่จ้อง หรือเพ่งตาค้างไว้นานกว่าปกติ เช่น เวลาที่เราอ่านหนังสือ ดูทีวีหรือจ้องคอมพิวเตอร์ จะทำให้เรากระพริบตาเพียง 8 – 10 ครั้ง น้ำตาก็จะระเหยออกไปมาก ทำให้ตาแห้งเพิ่มขึ้น จึงควรพักสายตาระยะสั้นๆ โดยการหลับตา หรือกระพริบตาอย่างช้าๆ หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถประมาณ 2 – 3 นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง
 
ประคบดวงตาด้วยน้ำเย็น แช่ผ้าขนหนูผืนเล็ก 2 ผืนในน้ำเย็น หยิบขึ้นมา 1 ผืน บิดพอหมาดและพับทบเป็นผืนยาว วางปิดดวงตาไว้ทั้งสองข้างนานประมาณ 20 นาที หรือจนกว่าผ้าจะหายเย็น แล้วจึงใช้ผ้าอีกผืนหนึ่งประคบ สลับกันไปมา จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาของคุณได้เช่นกัน

กินอาหารลดอาการตาแห้ง

 
กล้วย กินกล้วยทุกวัน เพราะกล้วยมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งจะทำงานร่วมกับโซเดียมเพื่อรักษาภาวะสมดุลน้ำในร่างกาย และช่วยให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นอยู่เสมอ
 
ถั่วประเภทนัท (Nut) ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะวอลนัต ควรรับประทานวันละประมาณ 1 กำมือ เพราะถั่วประเภทนี้มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือกรดไขมันโอเมก้า-3 สูง ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำตา
 
ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาทูน่าหรือปลาแซลมอน เพราะมีกรดไขมันที่จำเป็นหรือโอเมก้า-3 ด้วย
 
น้ำมันปอ (Flexseed oil) หรือน้ำมันเมล็ดลินิน จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมกรดไขมันโอเมก้า-3 อย่างเพียงพอ โดยรับประทานวันละ 1 ช้อนโต๊ะ หรือผสมในซีเรียลแล้วรับประทานก็ได้

ปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม

 
หลีกเลี่ยงการทำงานในบริเวณที่มีแสงจ้าและลมแรง เพราะจะทำให้ตาแห้งเร็ว ควรใส่แว่นกันแดดช่วย โดยเลือกแว่นขนาดใหญ่ที่มีขอบด้านข้าง เพื่อช่วยลดการระเหยของน้ำตา
 
หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีอากาศแห้ง และเย็นจัด เช่น ห้องปรับอากาศ ตลอดจนหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่นละอองและควันต่าง ๆ เช่น บุหรี่ ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายเคืองตา
 
อย่าเป่าลมร้อนจากเครื่องเป่าผมเข้าตาโดยตรง รวมทั้งปรับไม่ให้เครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมเป่าโดนตาหรือใบหน้าโดยตรง
 
พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนไม่พออาจทำให้ตาแห้งและตาแดงช้ำ เนื่องจากเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงดวงตาบวม การพักผ่อนให้สมดุลจึงดีต่อดวงตาที่สุด
, ,
03/10/2011 at 8:51 am Comments (0)

« Older Posts